ปิดมุมมอง สำนักงาน กลต. ต่อ Tokenization และ Token Offering

ปิดมุมมอง สำนักงาน กลต. ต่อ Tokenization และ Token Offering 

อ้างอิงจาก: Live บน Facebook ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(21 กุมภาพันธ์ 2562)

ใน 2-3 ปีที่ผ่าน เวลาพูดถึง Cryptocurrency จะนึกถึงการเก็งกำไรที่หวือหวา ทำให้มองข้ามความน่าสนใจของเทคโนโลยีเบื้องหลัง Cryptocurrency ที่จะมาเปลี่ยนโฉมการทำธุรกรรมต่างๆ ของตลาดเงิน ตลาดทุน วันนี้ที่งานแถลงแผนยุทธศาสตร์ ก.ล.ต. SEC Conference 2019 คุณทิพยสุดา ถาวรามร รองเลขาธิการ ก.ล.ต. ได้ชี้ให้เห็นศักยภาพของ Cryptocurrency ที่ช่วยให้การแลกเปลี่ยนสินทรัพย์และหลักทรัพย์ รวดเร็ว ช่วยลดต้นทุน ช่วยให้คนสามารถแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ระหว่างกันได้ซึ่งความเสี่ยงและโอกาสมาสู่ธุรกิจตัวกลาง

เรากำลังเดินมาสู่ยุคที่สามารถใช้เทคโนโลยีแปลงสินทรัพย์หรือหลักทรัพย์ต่างๆ เป็นเหรียญดิจิทัลได้และสามารถระดมทุนโดยใช้เหรียญดิจิทัลเป็นกลไก อย่างไรก็ตาม แม้ในทางเทคโนโลยีเราจะสามารถทำสิ่งเหล่านี้ได้ แต่สิ่งที่น่ากังวลคือความชัดเจนของกฎหมายที่ออกมารองรับ ซึ่งวันนี้ ก.ล.ต ได้อธิบายเรื่องกฎหมายได้อย่างชัดเจน

📜กฎหมายที่ใช้ในการกำกับดูแลเหรียญดิจิทัลมีอยู่ 2 ฉบับ คือ
1. พ.ร.บ. หลักทรัพย์
2. พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัล

โดยเหรียญดิจิทัลแต่ละประเภทจะอยู่ภายใต้กฎหมายที่แตกต่างกัน เพื่อง่ายต่อการเข้าใจขออนุญาติแบ่งเหรียญดิจิทัลเป็น 2 กลุ่มหลัก คือ
1. Tokenization
2. Token Offering

💵 1. Tokenization คือ การเอาสินทรัพย์ที่มีอยู่แล้วมาแปลงให้อยู่ในรูปของเหรียญดิจิทัล โดยกลไกสำคัญที่ใช้บังคับเหรียญชนิดนี้คือ ต้องมีคนกลางที่เป็นศูนย์ฝากทรัพย์เพื่อตรวจสอบว่าสินทรัพย์ที่นำมาแปลงเป็นเหรียญมีอยู่จริงหรือไม่?
ซึ่งสามารถแบ่งการ Tokenization เป็น 
1.1 Depositary Receipt
ตราสารแสดงสิทธิของผู้ฝาก ยกตัวอย่างเช่นกรณีที่เอาหุ้น หรือหุ้นกู้ ไปแปลงเป็นเหรียญดิจิทัล ซึ่งในกรณีนี้จะอยู่ภายใต้ พ.ร.บ. หลักทรัพย์ ซึ่งมีกฎหมายตราสารแสดงสิทธฺของผู้ฝากทรัพย์สินอยู่แล้ว ติดแค่เนื้อหารายละเอียดระบุเป็นหลักทรัพย์ต่างประเทศเท่านั้น แต่อย่างไรก็ตามมีช่องที่บอกว่าอาจเป็นหลักทรัพย์อื่นๆ ที่คณะกรรมการก.ล.ต รับรองได้ ทำให้มองว่าการ Tokenize สินทรัพย์รูปแบบนี้ กฎหมายค่อนข้างพร้อม
1.2 Stable Coin 
เหรียญที่มีมูลค่าคงที่ เช่นการนำออกเหรียญที่ผูกกับเงินบาท หรือทองคำ โดยเหรียญรูปแบบนี้กำกับดูแลโดย พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัล แต่ต้องดู Business Model ของเหรียญตัวนั้นและตีความว่าจะเข้าเกณฑ์ข้อไหน

💵 2.Token Offering คือ การระดมทุนด้วยการออกเหรียญดิจิทัล
2.1 STO (Security Token Offering)
หากอ้างอิงตามการให้ความหมายของ SEC อเมริกา หมายถึงการเสนอขาย Token ทีมีลักษณะคล้ายหลักทรัพย์ แบ่งได้เป็นหลายประเภท เช่น 
– Equity Tokens (โทเคนหุ้น)
– Debt Tokens (โทเคนหุ้นกู้)
– Asset-Backed Tokens (โทเคนที่มีสินทรัพย์ค้ำประกัน)
– Fund Tokens (โทเคนกองทุน) 
โดยถูกกำกับดูแลภายใต้ พ.ร.บ. หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งตอนนี้ยังไม่มีกฎหมายเรื่อง STO โดยเฉพาะ แต่อย่างไรก็ตามการเสนอแก้ไข พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งได้รับความเห็นชอบจาก สนช. ไป เมื่อวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา และอยู่ระหว่างเตรียมประกาศใช้เป็นกฎหมายต่อไป ก.ล.ต. ได้ผลักดันให้เกิดความชัดเจนยิ่งขึ้นในกฎหมาย เพื่อทราจะสามารถออกหลักทรัพย์แบบ “ไร้ใบ” ต่อไปเราจะสามารถนำกระบวนการ STO มาใช้ได้
2.2 ICO (Initial Coin Offering)
การเสนอขาย Token ผ่านระบบบล็อกเชนต่อสาธารณะ โดยผู้ที่ซื้อเหรียณดิจิทัลที่มีสิทธิใช้สินค้า บริการ หรือ ได้รับส่วนแบ่งรายได้หรือกำไรจากการทำธุรกิจ ซึ่ง ก.ล.ต. มี พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัล ที่ออกมากำกับดูแล เช่น การออกใบอนุญาติ ICO Portal ซึ่งทำหน้าที่คัดเลือก ICO เป็นต้น

ปี 2018 เป็นปีที่ประเทศไทยมี พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัล สำหรับปีนี้มาลุ้นกันว่า ก.ล.ต กำลังคลอดกฎหมายอะไรเพื่อช่วยให้การกำกับดูแลชัดเจนขึ้น

หากบทความนี้มีประโยชน์ต่อเพื่อนๆ นักลงทุน
#ฝากติดตาม#กดไลค์#กดแชร์ ให้ด้วยนะคะ

สำหรับใครที่สนใจหาความรู้เพิ่มเติม สามารถสมัครเรียนได้ที่
CRYPTONIST COURSE “From Zero To Hero” #4 ตามลิ้งด้านล้างได้เลยค่ะ
https://www.eventpop.me/e/5113%20-zero-to-hero-4

Leave a comment