✈️ ใครเดินทางไปยุโรปช่วงนี้ยุ่งยากหน่อย ✈️

เพราะอินเดียและปากีสถานปิดน่านฟ้าแคชเมียร์ซึ่งปกติเป็นเส้นทางผ่านไปยุโรป นอกจากนั้นใครที่กำลังวางแผนเที่ยวแคชเมียร์อาจเสียวสันหลัง กันสักหน่อย เพราะแคชเมียร์คือสวิสเซอร์แลนด์แห่งเอเชียที่กำลังมีข้อพิพาทกันระหว่างอินเดีย-ปากีสถาน

เดี่ยวเราจะมาย้อนดูกันว่า
ปัญหาที่เกิดขึ้นครั้งนี้มันมีที่มาที่ไปยังไง

📌 ต.ค. 1947: หากสงครามที่ยืดเยื้อมากกว่า 70 กว่าปีระหว่างอินเดียและปากีสถานเป็นละครบทหนึ่ง ละครบทนี้เริ่มจาก เมื่อก่อนอังกฤษเป็นประเทศที่ปกครองอินเดียมายาวนานแสนนาน พอถึงปี 1947 อังกฤษเองดูแลอินเดียไม่ไหวเลยตัดสินให้อิสระภาพ ก่อนจะโบกมือลาอินเดียอย่างเป็นทางการอังกฤษทำหน้าที่สุดท้ายคือแบ่งเขตแดนให้คนมุสลิมและคนฮินดูอยู่กันอย่างผาสุข

แต่การแบ่งพื้นที่แบบแปลกประหลาดกลายเป็นชนวนความขัดแย้งในเวลาต่อมา เพราะชาวฮินดูได้รับพื้นที่ใหญ่สุดตรงกลางอินเดีย ส่วนชาวอิสลามได้รับพื้นที่ส่วนปากีสถาน ความน่าหงุดหงิดใจคือ แทนที่พื้นที่ประเทศเดียวกันควรนจะติดกัน กลับถูกคั่นกลางด้วยอินเดีย กลายเป็น #ปากีสถานตะวันตก และ #ปากีสถานตะวันออก ความมั่วของอังกฤษยังไม่จบเพียงเท่านั้น ยังมีดินแดนบางส่วน เช่น แคสเมียร์ที่อังกฤษอินดี้ปล่อยให้ผู้ปกครองเลือกเองว่าจะอยู่กับใครซึ่งต่อมาจะเป็นปัญหาอีก

📌 ส.ค. 1965 ตอนแรกแคสเมียร์ตั้งใจจะแยกตัวเป็นอิสระไม่ขึ้นตรงกับใคร แต่ปากีสถานก็รุกเร้าจะให้แคสเมียร์เป็นส่วนหนึ่งของประเทศตนเอง มหาราชา ฮารี ซิงห์ (ผู้ปกครองแคชเมียร์ในตอนนั้น) เลยต้องรีบเลือกข้างอยู่กับอินเดียเพราะตัวเองนับถือฮินดู แต่ลืมคิดไปว่าประชาชนในเมืองกว่า 60% นับถือศาสนาอิสลาม และพวกเขาย่อมไม่ยอม กลายเป็นการลุกฮือของประชาชน แต่ก็ได้อินเดียมาช่วยปราบได้สำเร็จ

📌 ธ.ค. 1971: อินเดียพยายามปกป้องไม่ให้ปากีสถานรุกรานแคสเมียร์ เพราะแคสเมียร์เป็นแหล่งเงินแหล่งทอง เป็นแหล่งปลูกหญ้าฝรั่น เครื่องเทศที่ราคาแพงที่สุดในโลก หญ้าชนิดนี้กิโลละ 37,400 บาทเชียวนะคะ แถมแคชเมียร์ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมนำเงินเข้าประเทศไม่ใช่น้อย เชื่อว่าหลายๆ คนคงเคยเห็นภาพสวยๆ ตาม Feed เพื่อเราที่เคยไป ลาดักห์มา เมื่อปากีสถานตะวันตกไม่หยุดยุ่งกับแคสเมียร์สักที อินเดียเลยแบนเป้าหมายหันไปสนับสนุนปากีสถานตะวันออกที่อยากแยกตัวเป็นเอกราช ยุกันไปยุกันมา ปากีสถานตะวันออกชนะ แยกตัวสำเร็จเกิดประเทศใหม่ชื่อบังกลาเทศ

📌 พ.ค. 1999: ในแคชเมียร์มีสมาชิกกลุ่มติดอาวุธที่ต้องการแยกดินแดน ซึ่งอินเดียคาดการณ์ว่าปากีสถานเป็นท่อน้ำเลี้ยง โดยกลุ่มติดอาวุธได้ยึดป้อมทหารของอินเดียในแถบภูเขาคาร์กิลหวังยึดแคชเมียร์ม่าร์ แต่ไม่สำเร็จเพราะอินเดียได้เปิดฉากโจมตีทั้งทางอากาศและภาคพื้นดิน ผู้บุกรุกเลยศิโรราบถอยกลับออกไป

📌 ต.ค. 2001: กลุ่มสมาชิกติดอาวุธไม่ยอมแพ้โจมตีอีกระลอกสร้างความเสียหายต่อรัฐสภาในแคชเมียร์ในส่วนที่อินเดียปกครอง มีผู้เสียชีวิต 38 คน สองเดือนต่อมา เกิดการโจมตีรัฐสภาอินเดียในกรุงนิวเดลี มีผู้เสียชีวิต 14 คน

📌 พ.ย. 2008: เกิดเหตุโจมตีที่มีการวางแผนร่วมกันหลายแห่งที่สถานีรถไฟหลักในนครมุมไบ, โรงแรมหรู และศูนย์วัฒนธรรมชาวยิว ทำให้มีผู้เสียชีวิต 166 คน อินเดียกล่าวหากลุ่มลัชการ์-อี-ไทบา (Lashkar-e-Taiba) ในปากีสถานว่าเป็นผู้ก่อเหตุ แต่ก็จับมือใครดมไม่ได้

📌 ม.ค. 2016: การโจมตีนาน 4 วันที่ฐานทัพอากาศอินเดียในเมืองปาทานโคต ทำให้ทหารอินเดีย 7 นาย และสมาชิกกลุ่มติดอาวุธ 6 คน เสียชีวิต

📌 ก.ย. 2016: มีการโจมตีฐานทัพในเมืองอูรีในแคชเมียร์ส่วนที่อินเดียปกครอง ทำให้มีทหารเสียชีวิต 19 นาย รัฐบาลปากีสถานปฏิเสธว่า การโจมตีดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้น

📌 มิ.ย. 2018: หลักจากนั้นเกิดการโจมตีอย่างต่อเนื่อง ดินแดนแทบนี้ไม่ค่อยสงบสักเท่าไหร่นัก แถมพรรคท้องถิ่นที่เคยเป็นปากเสียงให้กับชาวมุสลิมถอนตัวจากการปกครองทำให้ แคชเมียร์อยู่ภายใต้การปกครองโดยตรงของรัฐบาลอินเดีย ผู้คนยิ่งทวีความไม่พอใจ

📌 ก.พ. 2019 การโจมตีระหว่างปากีสถานและอินเดียครั้งล่าสุดก็เป็นซีรีย์ต่อเนื่องจากเหตุการณ์ข้างบนนี่แหละค่ะ ชนวนในครั้งนี้คือ กลุ่มติดอายุ JEM ได้ฆ่าเจ้าหน้าที่ท่างความมั่นคงอินเดียจำนวน 40 คน โดยอินเดียเชื่อว่าปากีสถานเป็นท่อน้ำเลี้ยงเบื้องหลัง ตอนนี้ปากีสถานและอินเดียเลยต่างยิงใส่กันทั้งบนบกและน่านฟ้า และปากีสถานได้ยินเครื่องบินอินเดียตกและจับกลุ่มนักบินของอินเดีย

หากบทความนี้มีประโยชน์ต่อเพื่อนๆ นักลงทุน
#ฝากติดตาม #กดไลค์ #กดแชร์ ให้ด้วยนะคะ

สำหรับใครที่สนใจหาความรู้เพิ่มเติม สามารถสมัครเรียนได้ที่ CRYPTONIST Course “From Zero To Hero” #4 ตามลิ้งด้านล้างได้เลยค่ะ
https://www.eventpop.me/e/5113%20-zero-to-hero-4

Leave a comment