Security Token Offering (STO) หรือการเสนอขายโทเคนที่มีลักษณะคล้ายหลักทรัพย์ หลายคนคงเคยได้ยินมาก่อนและสงสัยว่าแท้จริงมันคืออะไร วันนี้เราจะมาทำความเข้าใจมันจริงๆ โดยเริ่มจากอธิบายความหมายที่แท้จริงของ STO ต่อด้วยเล่าถึงข้อดีที่มันจะมาปฏิวัติวงการการเงิน และจบด้วยการยกตัวอย่างโปรเจ็คเกี่ยวกับ STO ที่น่าสนใจ 3 โปรเจ็ค มาเริ่มกันเลย

ความหมายของ Security Token Offering (STO)

Security แปลตรงๆ ว่าความปลอดภัย แต่ในทางการเงินแปลว่า หลักทรัพย์ ซึ่งหมายถึง “ตราสารหรือหลักฐานแสดงสิทธิในทรัพย์สิน เช่น ตั๋วเงินคลัง พันธบัตร ตั๋วเงิน หุ้น หุ้นกู้ หน่วยลงทุน ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นกู้ ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหน่วยลงทุน” (อ้างอิงจากพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน)

อย่างไรก็ตามคำว่า Security ในคำว่า Security Token มีความหมายกว้างกว่าคำว่าหลักทรัพย์ธรรมดามาก โดยนิยามที่ได้รับการยอมรับในปัจจุบันจะอ้างอิงจากข้อบทกฏหมายของสหรัฐอเมริกาที่ให้ SEC (กลต. ของอเมริกา) รองรับการทำ STO และได้ทำสำเร็จไปหลายโครงการแล้ว ซึ่งในนิยามนี้ Security Token Offering ไม่ใช่ Offering of Tokenized Securities แปลว่า การเสนอขายโทเคนที่มีลักษณะคล้ายหลักทรัพย์ ไม่ใช่การเสนอขายหลักทรัพย์ที่ถูกทำให้เป็นโทเคน 

Security Token สามารถแบ่งออกไปได้หลายประเภท โดยหลักๆ มีดังนี้

  1. Equity Tokens แปลว่า โทเคนหุ้น
  2. Debt Tokens แปลว่า โทเคนหุ้นกู้
  3. Asset-Backed Tokens แปลว่า โทเคนที่มีสินทรัพย์ค้ำประกัน
  4. Fund Tokens แปลว่า โทเคนกองทุน
  5. Platform (“Utility”) Tokens แปลว่า โทเคนแพลตฟอร์ม ซึ่งหมายถึง Initial Coin Offering (ICO) ที่ขออนุญาตให้ได้รับการกำกับดูแลจาก SEC (เพื่อให้มีความน่าเชื่อถือและระดมทุนได้ง่าย)

ในที่นี้จะขอยก Equity Token มาอธิบายให้เห็นภาพมากขึ้น ลองนึกภาพเวลาเราซื้อหุ้น (Equity) ของบริษัท เราจะต้องมีการทำเอกสารยืนยัน หรือสัญญาว่าเราได้เป็นเจ้าของหรือหุ้นนั้นๆ ซึ่งมีความยุ่งยากในการจัดการและทำธุรกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง แต่ Equity Token คือการทำให้พวกเอกสารหรือสัญญาต่างๆ พวกนั้นไปอยู่บนเทคโนโลยี Blockchain โดยมี Smart Contract คอยตรวจสอบและปฏิบัติตามเงื่อนไขของสัญญาอัตโนมัติเสมอ ดังนั้นเมื่อเราซื้อ Equity Token เราจะมีข้อมูลสัญญาต่างๆ ที่ถูกเก็บอย่างปลอดภัย โปร่งใส และตรวจสอบได้

ทั้งนี้ ข้อมูลที่นำเสนอข้างต้นได้อ้างอิงมาจากการบรรยายของคุณ Max Dilendorf นักกฎหมายชื่อดังที่เชี่ยวชาญการทำ STO จาก New York ซึ่งได้บรรยายที่ กลต. ประเทศไทยไปเมื่อเร็วๆ นี้

5 ข้อดีของ STO

1. ลดต้นทุนการระดมทุนของบริษัทต่างๆ

ถ้าต้องการที่จะระดมทุนแบบปกติคุณจะต้องทำ Initial Public Offering (IPO) คือการเสนอขายหุ้นใหม่แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก ที่จะต้องมีต้นทุนมากมายในการทำ แต่สำหรับการทำ Security Token Offering (STO) สามารถทำทุกอย่างได้ โดยข้อมูลจะไปอยู่บนเทคโนโลยี Blockchian ที่จะทำให้ลดต้นทุนได้อย่างมากมาย เช่น การเตรียมเอกสารและสัญญาต่างๆ

2. นักลงทุนสามารถเป็นเจ้าของส่วนเล็กๆ ในทรัพย์สินราคาแพงได้

ทำให้นักลงทุนสามารถกระจายความเสี่ยงให้พอตการลงทุนของเขา และสำหรับนักลงทุนที่ไม่ได้มีทุนเยอะก็สามารถเข้าถึงการลงทุนในแบบย่อยๆ ได้ ตัวอย่างเช่น กองทุนทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (Real Estate Investment Trust: REIT) ที่ถ้าเราไม่มีเงินก้อนใหญ่เพื่อไปเป็นเจ้าของในอสังหาริมทรัพย์นั้นได้แต่เราสามารถใช้เงินไม่มากเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการเป็นเจ้าของและได้ผลตอบแทนกลับมาได้นั้นเอง

3. เพิ่มเงื่อนไขพิเศษได้มากกว่าหลักทรัพย์ปกติ

เมื่อทำให้เป็น Security Token ทุกอย่างจะถูกบันทึกไว้ทำให้สามารถเพิ่มเงื่อนไขต่างๆ ลงในสัญญาไว้ได้ เช่น หุ้นของร้านกาแฟ Starbucks เราสามารถกำหนดได้ว่าถ้าผู้ที่ถือ Security Token ไว้นาน 5 ปี สามารถลดราคากาแฟได้ 10% และถือนาน 10 ปี สามารถลดราคากาแฟได้ 20% เป็นต้น นั้นก็คือการใส่ Incentive เข้าไปให้สำหรับผู้ที่ซื้อและถือหุ้นนั้นๆ ไว้

4. เพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งาน

การตรวจสอบเงื่อนไขหรือสัญญาต่างๆ จะมีประสิทธภาพมากขึ้นจาก Smart Contract รวมถึงลดต้นทุนได้มากหลังการระดมเงินทุนทั้งในเรื่องเอกสาร อีกทั้งย่นระยะเวลาในการเข้าและออกของหลักทรัพย์นั้นๆ ได้อีกด้วย

5. เพิ่มสภาพคล่อง ซื้อขายได้ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง

ปกติแล้วถ้าเวลาเขาต้องการซื้อขายหุ้นเราจะต้องรอเวลาเปิดปิดของตลาด เช่น ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยของเราเวลาทำการซื้อขาย 9.30 – 17.00 . และยังอยู่เสาร์-อาทิตย์อีกด้วย ซึ่งถ้าเป็น Security Token แล้วจะสามารถซื้อขายกันได้ตลอด 24 ชั่วโมงกันเลยทีเดียว ก็จะเพิ่มสภาพคล่อง และซื้อขายกันได้ทั่วโลกเลยครับ

โปรเจ็ค STO ที่น่าจับตามอง

ปัจจุบันยังมีตัวอย่างของโปรเจคที่ทำ STO ไม่มากนัก แต่ก็มีแนวโน้มจะเป็นเทรนที่จะมาในอนาคต โดยโปรเจคที่เกี่ยวกับ STO ในปัจจุบัน เช่น

บทสรุป

การนำเทคโนโลยี Blockchain เข้ามาช่วยในการทำหลักทรัพย์ในปัจจุบันมีข้อดีต่างๆ มากมายแต่ก็ยังใหม่อยู่ทั้งในเรื่องกฏหมายที่จะเข้ามาควบคุมและคนที่ต้องเข้าใจเทคโนโลยีให้มากขึ้นเพื่อความปลอดภัยต่างๆ อย่างไรก็ตามในปัจจุบันก็มีคนพูดถึงกับแนวโน้มที่กำลังมาแรงของ STO นี้ เรียกได้ว่ารู้ก่อนเข้าใจก่อนได้เปรียบกว่า ปีหน้า 2019 อาจเป็นอีกปีหนึ่งที่ STO จะดังมากๆ เหมือน ICO ในปี 2017 ถึงต้นปี 2018 ก็เป็นได้ มารอลุ้นกันครับ

อ้างอิง: https://hackernoon.com/the-security-token-thesis-4c5904761063

๐ ช่องทางพูดคุยแลกเปลี่ยนข่าวสารชาว CRYPTONIST ๐

˙CRYPTONISTPAGE
˙CRYPTONISTCLUB
˙CRYPTONISTTELEGRAM
˙CRYPTONISTTWITTER
˙CRYPTONISTCHANNEL

#CRYPTONIST “Empowering Blockchain Community”

Facebook Comments

ส่งต่อความรู้ความเข้าใจด้านการเงินและนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยลดต้นทุนและผลักดันให้อนาคตเป็นโลกที่น่าอยู่ยิ่งขึ้น

Leave a comment

My Newsletter

Sign Up For Updates & Newsletters