รู้กันมั้ยค่ะว่าอะไรทำให้เงินกลายเป็นตัวกลางในการแลกเปลี่ยน? และอะไรคือคุณสมบัติสำคัญของตัวกลางที่ใช้ในการแลกเปลี่ยน วันนี้เราจะมาเปรียบเทียบคุณสมบัติของเงิน, ทองคำ และ Bitcoin เพื่อให้เห็นจุดที่เหมือนและจุดที่แตกต่าง

จากอดีตถึงปัจจุบันตัวกลางที่ใช้ในการแลกเปลี่ยนมีวิวัฒนาการแตกต่างกันออกไปตั้งแต่ยุคแรกๆ ที่ใช้เปลือกหอยไปสู่ยุคที่ใช้ทองคำ และสู่ยุคปัจจุบันที่ใช้ธนบัตรในการแลกเปลี่ยน สงสัยกันมั้ยค่ะว่า อะไรคือคุณสมบัติสำคัญที่เราจะใช้วัตถุใดวัตถุหนึ่งเป็นตัวกลางในการแลกเปลี่ยน?

เมื่อลองวิเคราะห์และจับกลุ่มคุณสมบัติหลักๆ ของตัวกลางในการแลกเปลี่ยนสามารถแบ่งได้เป็น 8 ข้อหลักๆ ได้แก่ แลกเปลี่ยนได้, พกพาได้, ตรวจสอบได้, แบ่งออกได้, ความหายาก, ความทนทาน, ต้นทุนในการได้มา และ ประวัติความเป็นมา

#ทองคำ (Gold) เป็นสินทรัยพ์ที่มีประวัติความเป็นมายาวนานและรู้จักมามากว่าพันปี ในอดีตทองคำถูกใช้ตัวสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน แต่เมื่อการซื้อขายระหว่างประเทศขยายตัว การใช้ทองคำเป็นอุปสรรคเนื่องจากพกพาลำบาก สมัยก่อนต้องแบกทองคำขึ้นบนหลังม้าหรือหลังอูฐซึ่งมีโอกาสโดนปล้นระหว่างทางสูงมาก แถมทองคำยังแบ่งเป็นชิ้นได้ยาก และมีต้นทุนการได้มาสูง ดังนั้นพ่อค้าในสมัยก่อนจึงวิวัฒนาสื่อกลางการแลกเปลี่ยนใช้ตั๋วทองคำแทน โดยระบุให้วางทองคำไว้และออกใบที่แสดงสิทธิแทน ซึ่งต่อมาวิวิฒนาการเป็นธนบัตรในปัจจุบัน ทองคำจึงถูกใช้ในการเก็บความมั่งคั่งในปัจจุบัน

#เงิน Fiat Currency) เมื่อเราลองวิเคราะห์ ‘เงิน’ ที่ใช้เป็นตัวกลางการแลกเปลี่ยนในปัจจุบันเป็นเงินที่ออกโดยรัฐบาลของแต่ละประเทศนั้น จุดเด่นของเงินคือ แลกเปลี่ยนได้ง่าย พกพาได้ง่าย แต่อย่างไรก็ตามเงินยังมีช่องว่างเรื่องของการตรวจสอบเพราะเงินสามารถปลอมแปลงได้ แถมอายุการใช้งานมีขีดจำกัดเพราะธนาบัตรอาจขาด เปื่อยตามกาลเวลา นอกจากนั้นเนื่องจากเงินถูกสร้างโดยรัฐบาลของแต่ละประเทศ ธนาคารกลางของประเทศใหญ่จึงสามารถพิมพ์เงินออกมาได้ ยกตัวอย่างเช่น การทำ QE ของอเมริกานทำให้มี supply ของเงินมีไม่จำกัด ซึ่งในอนาคตหากมีการผลิตเงินออกมาเรื่อยๆ จะทำให้มูลค่าของเงินลดลงและหากคนไม่เชื่อในเงินอีกต่อไป ธนบัตรในมือที่มีมูลค่าจะกลายเป็นเศษกระดาษทันที ยกตัวอย่างเช่น ประเทศเวเนซุเอล่าที่เกิดวิกฤตเงินเฟ้อจนเงินแทบจะไร้ค่า

#Bitcoin (Cryptocurrency)ถูกคิดค้นขึ้นมาเพื่อแก้ไขปัญหาของตัวกลางในการแลกเปลี่ยน คุณสมบัติสำคัญของ Bitcoin คือมีจำนวนจำกัด ไม่มีรัฐบาลใดสามารถควบคุมได้ และด้วยเทคโนโลยีเบื้องหลังอย่าง Blockchain สามารถตรวจสอบทุกธุรกรรมที่เกิดขึ้นได้ทำให้เกิดความโปร่งใส ไม่สามารถบิดเบือนหรือปกปิดธุรกรรมได้ นอกจากนั้น Bitcoin สามารถแบ่งเป็นหน่วยเล็กๆได้ แถมเมื่อเป็นเงินดิจิทัลทำให้อายุการใช้งานไม่มีขีดจำกัด ปัจจุบันประเทศส่วนใหญ่ไม่ได้มีกฎหมายรับรองให้ Bitcoin เป็นสื่อกลางที่ใช้ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย แต่มีบางประเทศที่หัวก้าวหน้าอย่างญี่ปุ่นที่อนุญาติให้ใช้ Bitcoin ชำระสินค้าและบริการได้

Bitcoin จะกลายเป็นสื่อกลางการแลกเปลี่ยนในอนาคตหรือถูกใช้ในการเก็บความมั่งคั่ง ตอนนี้คงไม่มีใครตอบได้ แล้วคุณละค่ะมีความคิดเห็นว่าอย่างไร

หากบทความนี้มีประโยชน์ต่อเพื่อนๆ นักลงทุน
#ฝากติดตาม #กดไลค์ #กดแชร์ ให้ด้วยนะคะ

Leave a comment

My Newsletter

Sign Up For Updates & Newsletters