“Winter is Coming หนาวนี้หมีมาเยือน! อธิบาย 3 เหตุผลตลาดคริปโตร่วงรุนแรง”

ตอนรับหน้าหนาวเมืองไทยที่อาการไม่ค่อยหนาวสักเท่าไหร่นัก ด้วยตลาดคริปโตที่ตกหนัก ฉุดราคา Bitcoin แตะ 5,400$ ต่ำสุดในรอบปี จนนักเทรด นักลงทุนหนาวกันถ้วนหน้า

เหตุการณ์อะไรกันที่ปลุกหมีให้มาเยือนในช่วงฤดูหนาว ทางทีม CRYPTONIST ขอสรุปเหตุการณ์หลักมาเล่าสู่กันฟังค่ะ

1. Crypto Civil War!

ความขัดแย้งของกลุ่มผู้สนับสนุน Bitcoin Cash (BCH) แตกคอกันจนต้อง Hard fork กลายเป็นมหากาพย์ Crypto Civil War ที่ดราม่าไม่แพ้ The Advengers เลย

เรื่องเริ่มจากในตอนแรก 3 กำลังหลักที่สนับสนุน Bitcoin Cash ได้แก่
– Craig Wright นักพัฒนาซอฟท์แวร์ผู้ที่กล่าวอ้างว่าตัวเองเป็น Satoshi (ผู้สร้าง Bitcoin)
– Roger Ver เจ้าของเว็บ Bitcoin.com และนักลงทุนในบริษัท Blockchain หลายบริษัทตั้งแต่แรกยุคแรกๆ
– Jihan Wu อดีต CEO Bitmain บริษัทผลิตเครื่องขุด Crypto ที่ใหญ่ที่สุดในโลก (เพิ่งก้าวลงจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 14 พ.ย.)

ทั้งสามเกิดความเห็นไม่ตรงกันเกี่ยวกับทิศทางการพัฒนา Bitcoin Cash ตกลงกันไม่ได้จนแตกแยกแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่ม Bitcoin ABC นำโดย Roger Ver และ Jihan Wu และกลุ่ม Bitcoin SV นำโดย Craig Wright และ BCH Mining Pool ชื่อ CoinGeek

หลังจากหยั่งเสียงของชุมชนนักขุด Bitcoin Cash พบว่าฝั่ง Bitcoin ABC มีกำลังขุดมากกว่า Craig Wright เลยออกมาทวีตขู่ว่าตัวเองจะเทขาย Bitcoin ทิ้งให้ราคาเละแตะ 1,000 USD (น่าจะเพื่อให้คนเลิกขุด Bitcoin เพราะไม่คุ้ม แล้วหันมาขุด Bitcoin Cash SV ที่ตัวเองสนับสนุนแทน)

สงครามกลางเมืองดังกล่าวส่งผลกระทบกับราคาของ Bitcoin Cash ไม่น้อย แล้วยังเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิด Panic Sell ลากราคาคริปโตตัวอื่นๆ ร่วงทั้งตลาด

2. Bitmain is Shaking!

ไม่เพียงแค่ศึกนอกที่ร้อนระอุ ศึกในบริษัท Bitmain เองก็น่ากังวลไม่ต่างกัน ล่าสุด Jihan Wu ลาออกจากตำแหน่ง CEO และนั่งตำแหน่งที่ปรึกษาแทน ส่วนทีมบริหารสำคัญๆ ก็ถูกปรับเปลี่ยนเช่นเดียวกัน

การออกจากตำแหน่ง CEO ทำให้ Jihan Wu หมดสิทธิโหวตและตัดสินใจในเรื่องใดๆ ก็ตาม ซึ่งเป็นที่จับตาว่า Bitmain นอกเหนือการบังคับบัญชาของ Jihan Wu จะมีท่าทีอย่างไรกับกรณี Bitcoin Cash Hard Fork

นอกจากนั้นการระดมทุน IPO ของบริษัท Bitmain ที่ประเมิณมูลค่าที่ 12-15 พันล้านดอลล่าร์กำลังประสบปัญหา ทั้งเรื่องกำไรบริษัทที่ลดลงจนงบการเงินไม่สวย

ที่แสบกว่า คือ การบันทึกบัญชีทรัพย์สินของเหรียญที่บริษัทถือครองด้วยราคาที่เข้าซื้อเหรียญพวกนั้น (ส่วนมากเป็น Bitcoin Cash) ซึ่งเป็นมูลค่าแพงกว่าปัจจุบันมาก

แปลว่า Bitmain กำลังจงใจโก่งมูลค่าบริษัทอย่างชัดเจน ซึ่งได้สร้างความสับสนและทำให้เกิดคำครหาในหมู่นักลงทุนอย่างมาก

ความสั่นคลอนของยักษ์ใหญ่อย่าง Bitmain ทำให้ความหวังที่เคยเชื่อกันว่ามันจะสามารถพยุงราคาตลาดคริปโตไว้อยู่เพื่อทำ IPO ให้จบสวยๆ นั้นกลับริบหรี่ลงไป

พอเจ้าใหญ่ที่จะค้ำตลาดได้ส่อแววล้มไปแบบนี้ นักลงทุนเลยแห่ขายต่อไม่รอแล้วนะ

3. America is Calling Money Back!

ในช่วงวิกฤติแฮมเบอเกอร์ ธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา (FED) แก้ไขปัญหาด้วยการพิมพ์เงินมาซื้อหนี้เสียและค่อยๆ พิมพ์เงินออกมาอัดฉีดเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจมหาศาล ทำให้โลกมีสภาพคล่องมากขึ้นเกือบ 5 เท่าหรือพูดง่ายๆ ว่ามีเงินฟรีจากอากาศมาในระบบมากขึ้นกว่า 500%

เงินก้อนนั้นก็ไหลลงมาลงทุนในตลาดต่างๆ ทั่วโลก ตลาดหุ้นไทย (SET) ก็เติบโตขึ้นจากดัชนีประมาณ 400 จุดขึ้นมาเป็น 1,600 กว่าจุดอย่างทุกวันนี้ ตลาดคริปโตก็เป็นหนึ่งในนั้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

แต่ตอนนี้เราต้องก้มหน้ายอมรับว่า เวลาที่โลกร่ำรวยสิ้นสุดลงแล้ว เพราะตอนนี้อยู่ในช่วง QE Unwind หรือการดึงเงินกลับ เพราะ FED ต้องเอาเงินออกจากระบบบ้าง ไม่เช่นนั้นเงินดอลล่าร์จะเฟ้อเกินไปจนไร้ค่า

ในปี 2018 นี้ FED ตั้งเป้าจะเอาเงินออกจากระบบ 1.4 แสนล้านดอลล่าร์สหรัฐ เมื่อเงินในระบบน้อยลง เป็นธรรมชาติที่ทุกคนจะโยกเงินออกจากทรัพย์สินที่มีความเสี่ยงสูง ไปยังทรัพย์สินความเสี่ยงต่ำ ตลาดหุ้นก็ได้รับผลกระทบ ร่วงกันหนักตั้งแต่ต้นปี ตลาดคริปโตน้อยๆ ของเราก็เลยไม่รอดเช่นกัน

สรุปปลอบใจ

สุดท้าย อย่าเพิ่งเครียด อย่าเพิ่งจิตตก หน้าหนาวไม่เคยอยู่กับเราตลอดไปหรอค่ะ เพราะฤดูกาลย่อมหมุนเวียน เพียงแค่ประคองสติให้อยู่รอดผ่านฤดูหนาว โดยไม่โดนหมีฆ่าตายเสียก่อน

๐ ช่องทางพูดคุยแลกเปลี่ยนข่าวสารชาว CRYPTONIST ๐

˙CRYPTONISTPAGE
˙CRYPTONISTCLUB
˙CRYPTONISTTELEGRAM
˙CRYPTONISTTWITTER
˙CRYPTONISTCHANNEL

#˙CRYPTONIST #Empowering Blockchain Community

Facebook Comments

Empowering Blockchian Community

Leave a comment

My Newsletter

Sign Up For Updates & Newsletters