จุดเริ่มต้นแรกสำหรับคนที่สนใจลงทุนใน CRYPTO หนีไม่พ้นเรื่องกระเป๋าเหรียญดิจิทัล หรือ Wallet เนื่องจากเป็นเครื่องมือที่ช่วยเราเก็บสินทรัพย์ดิจิทัล วันนี้เราจะมาทำความเข้าใจเรื่องกระเป๋าเหรียญดิจิทัล (Wallet) ทั้ง 2 ประเภทกัน ได้แก่ Exchange Wallet และ Personal Wallet
คนส่วนมากเริ่มมีกระเป๋าเหรียญดิจิทัลแรกจาก #Centralized Exchange Wallet เพราะเมื่อเปิดบัญชี Exchange เช่น BX หรือ TDAX เพื่อทำการเทรดเพื่อเก็งกำไร เราจะได้รับ Exchange Wallet ถ้าสังเกตให้ดีคือ เราจะไม่ได้ Private Key หรือกุญแจที่เปรียบเสมือนรหัสผ่านเพื่อเข้าไปกระเป๋าดิจิทัลเลย เนื่องจาก Exchange เป็นคนถือกุญแจให้เรา
โดยข้อดีของ Exchange Wallet คือสะดวกสามารถซื้อขายบนกระดานเทรดได้เลย แต่มีข้อเสียคือมีโอกาสเสี่ยงในการโดนแฮ๊ค แต่หลายๆ Exchage แม้จะโดนแฮ๊คก็จ่ายค่าเสียหายให้กับผู้ใช้บริการ ข้อจำกัดอีกข้อหนึ่งคือ Exchange Wallet ไม่สามารถรับเหรียญ Airdrop จาก ICO ได้ และไม่สามารถเชื่อมต่อกับ Decentralized Exchange ได้
#Personal Wallet เป็นกระเป๋าเหรียญดิจิทัลที่เราเปิดผ่านผู้ให้บริการต่างๆ โดยบล๊อกเชนแต่ละเจ้า เช่น Bitcoin และ Ethereum มีผู้ให้บริการกระเป๋าที่แตกต่างกัน ยกตัวอย่างเช่น ผู้ให้บริการ Ethereum ที่คนทั่วไปรู้จักคือ https://metamask.io/ หรือ https://etherscan.io/
ข้อดีของ Personal Wallet คือ เราถือ Private Key เอง สามารถเชื่อมต่อกับ Decentralized Exchange ได้ แต่มีข้อจำกัดเรื่องความสะดวก เนื่องจากการขายแต่ละครั้งต้องโอนเหรียญไปที่ Centralized Exchange Wallet ก่อนจะนำไปขายบนกระดานเทรดได้
หากบทความนี้มีประโยชน์ต่อเพื่อนๆ นักลงทุน
#ฝากติดตาม #กดไลค์ #กดแชร์ ให้ด้วยนะคะ

Leave a comment