ICO และ IPO เป็นวิธีระดมทุนเหมือนกันค่
หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมเราไม่ไปกู้ธนาคารล่ะ? จะระดมทุนให้ยุ่งยากทำไมกัน? ขอยกตัวอย่างง่ายๆ สมมุติเราเปิดร้านขนมอร่อยดีหน้ามหาลัย ขายดิบขายดี ได้กำไรเดือนละ 50,000 บาท ห้างดังเห็นแววติดต่อให้เปิดร้านขนมในพื้นที่ห้าง 4 สาขา เราเห็นโอกาสทำกำไร แต่ในขณะเดียวกัน ต้องลงเงินจำนวนไม่น้อยเลยเพื่อตกแต่งร้าน เราคิดกู้ธนาคาร แต่ถ้าเกิดบริหารงานผิดพลาด ก็เสี่ยงเป็นหนี้หัวโต
ขณะกลุ้มใจไม่รู้ทำยังไงดี เราเกิดปิ๊งไอเดีย มองหาหุ้นส่วนที่พร้อมจะเสี่ยงไปด้วยกัน เราเลยออก#IPO เสนอขายหุ้นใหม่ครั้งแรกต่อสาธารณะเสียเลย แต่ไม่ใช่จะเสนอขายเองได้นะคะ ต้องเสนอขายผ่านบริษัทหลักทรัพย์หรือโบรกเกอร์ ส่วนคนที่ลงทุนกับเราจะอ่านข้อมูลร้านขนมอร่อยดีผ่านหนังสือชี้ชวน
#แล้วคนลงทุนจะได้อะไรบ้าง? คนที่ลงทุนใน IPO จะได้หุ้นเป็นการตอบแทน หากเราบริหารเก่ง กิจการเติบโต ผู้ถือหุ้นก็หน้าบานได้กำไรตามสัดส่วน แถมมูลค่าหุ้นที่ถือก็เติบโต แต่ถ้ากิจการไม่เป็นไปตามเป้า ผู้ถือหุ้นก็ขาดทุน เจ็บหนักไปกับเราค่ะ
นอกจากออก IPO ยังมีการระดมรูปแบบใหม่ชื่อ#ICO หรือ Initial Coin Offering ในกรณีนี้แทนที่คนลงทุนจะได้หุ้นร้านอร่อยดีเขาจะได้เหรียญเป็นการตอบแทน
สมมุติเราบอกว่า ร้านอร่อยดี ออกเหรียญ Cake จำนวน 1,000 เหรียญ 1 Cake มีมูลค่า 100 บาท เท่ากับว่า ถ้ามีคนซื้อเหรียญครบเราจะได้เงิน 100 บาท X 1,000 เหรียญ = 100,000 บาท
ปกติถ้าลงทุนใน IPO จะได้หุ้นและได้ปันผล ถ้าลงทุนใน ICO นักลงทุนที่ได้เหรียญจะเอาเหรียญไปทำอะไรกัน?
เหรียญเป็นสัญลักษณ์แสดงสิทธิค่ะ โดยประโยชน์ของเหรียญหรือสิทธิที่ได้จาการถือเหรียญขึ้นอยู่กับคนที่ออกเหรียญกำหน
ยกตัวอย่างกรณีนี้ คนถือเหรียญอาจจะได้ส่วนลด 20% ในการกินขนมร้านอร่อยดีทุกสาขาเป็นระยะเวลา 10 ปีค่ะ ปกติการลงทุนใน ICO จะมีเอกสารเรียกว่า Whitepaper ให้นักลงทุนศึกษาก่อนค่ะ
จริงๆ ความแตกต่างระหว่าง ICO และ IPO ยังมีรายละเอียดอีกเยอะเลยค่ะ และเพื่อให้ทุกคนเข้าใจง่าย ข้อสรุปเป็นรูปภาพเปรียบเทียบไว้ด้านล่างนะคะ
สุดท้ายการลงทุนมีความเสี่ยง อย่าลืมหาข้อมูลให้แน่ใจก่อนหยิบยื่นเงินให้ใครนะคะ ส่วนใครยังไม่รู้จะเริ่มลงทุนยังไง มาพูดคุยกันในกลุ่ม CRYPTONIST พลางๆ ก่อนได้นะคะ
หากบทความนี้มีประโยชน์ต่อเพื่อนๆ นักลงทุน
#ฝากติดตาม #กดไลค์ #กดแชร์ ให้ด้วยนะคะ

Leave a comment