วันนี้เราจะชวนทุกคนมาทำความรู้จัก Private  Key เพราะมันคือกุญแจที่แสดงความเป็นเจ้าของเหนือเหรียญหรือสินทรัพย์ดิจิทัล 

1) Private Key คืออะไร

  • Cryptography คือ อัลกอลิทึมในการเข้ารหัสข้อมูลในการยืนยันตัวตนของ Blockchain โดยต้องใช้ Private Key เพื่อที่จะบอกว่าคนนี้เป็นเจ้าของเงิน  Private Key จึงเปรียบเสมือนลายเซ็นต์ในโลก Crypto
  • การสร้าง Private Key ใช้คอนเซ็ปในการสร้าง Elliptic Curve คือการสร้างกราฟหนึ่งกราฟ กราฟ A จะเท่ากับ B เสมอ
  • อยากให้จินตนการรังผึ้งที่มีขนาดใหญ่เท่าจักรวาลซึ่งมีรูเยอะแยะมากมายนับไม่ถ้วน Private Key เปรียบเสมือนรูบนรังผึ้งที่มีอยู่แล้ว เพียงแค่การหารูบนรังผึ้งเราต้องหยิบค่าตั้งต้นบางอย่างขึ้นมาสร้างอะไรบางอย่าง โดยค่าตั้งต้นที่ใช้ในการสร้าง Private Key อาจเป็นเวลา คำศัพท์ การคลิ๊กเมาท์ หรืออะไรก็ได้แล้วแต่จะออกแบบ เมื่อค่าต้นต้นเหล่านี้ผ่านกระบวนการเข้ารหัส โดย Bitcoin จะใช้ Shar256 และ Etherium จะใช้KECCAK256 หรือ Shar3 ก็เจอ Private Key ซึ่งเป็นตัวเลขที่เรียงกัน

2) เราใช้ Private Key ทำอะไรบ้าง

  • เราใช้ Private Key ในการสร้าง Public Key ค่ะ เราขอเปรียบเทียบกับธนาคารเพื่ออธิบายให้เห็นภาพ Private Key  เปรียบเสมือนเลขบัตรประชาชนที่เราต้องใช้เพื่อเปิดบัญชีธนาคาร เมื่อเปิดบัญชีเราจะได้เลขบัญชีธนาคารที่เราจะส่งให้คนอื่นเวลาจะให้เขาโอนเงินให้กับเรา ดังนั้นเลขบัญชีธนาคารเปรียบเสมือน Public Key ค่ะ Private Key 1 ตัวจะสามารถถอดรหัสและสร้าง Public Key ได้หลายตัวค่ะ เหมือนกับการที่เลขบัตรประจำตัวประชาชน 1 คนสามารถเปิดบัญชีธนาคารได้หลายที่  โดยส่วนมากเราจะเรียก Public Key ว่า Address ค่ะ หรือ ถ้าจะพูดให้เข้าใจง่าย Address เป็นเหมือน Shorten URL ของ Public Key เวลาเราจะให้ใครโอนเหรียญให้เรา เราก็ให้ Public Key เขาไปค่ะ
  • เราใช้ Private Key เพื่อโอน ถอน และทำธุรกรรม เหมือนเวลาที่เราจะโอนเงินหรือถอนเงินที่ธนาคารและต้องยื่นบัตรประชานนั่นแหละ แต่กระบวนการทำงานของ Private Key เนื่องจากใช้แนวคิด Elliptic Curve ดังนั้น Private Key จึงเป็นกราฟด้านหนึ่ง ส่วน Public Key หรือ Address เป็นกราฟอีกด้านหนึ่ง โดยกราฟสองด้านต้องเท่ากันเสมอ ดังนั้นในแต่ละครั้งที่ทำธุรกรรม เราจะใช้ Private Key ในการเทียบกับ Public Key ถ้าเท่ากันหมายความว่า Private Key ดังกล่าวเป็นเข้าของทรัพย์สินที่อยู่ใน Public Key  นั้นๆ ดังนั้น Private Key จึงเป็นตัวเลขที่สำคัญมาก ห้ามให้คนอื่นรู้เด็ดขาด นอกจากนั้นถ้า  Private Key หาย เท่ากับทรัพย์สินดิจิทัลของเราหายไปหมดเลย

3) Wallet กระเป๋าตังค์ที่เก็บ Private Key

การเก็บ Private Key เราจะเก็บไว้ที่กระเป๋า หรือ Wallet เพื่อช่วยเก็บรักษา Private Key ของเราให้ปลอดภัย โดย Wallet จะแบ่งเป็น 2 รูปแบบ คือ Hot Wallet เป็นการฝาก Private Key ไว้กับคนอื่นเช่น Exchange เป็นต้น มีข้อดีคือสะดวกและใช้ง่าย แต่อาจไม่ปลอดภัย 100% กับอีกรูปแบบหนึ่งเรียกว่า Cold Wallet วิธีการนี้เราต้องสร้าง Private Key ขึ้นมาเองซึ่งสามารถสร้างได้ที่ MEW หรือ Bitaddress และเก็บ Private Key ดังกล่าวด้วยตัวเองโดยอาจปริ้นเป็น Paper Wallet ซึ่งวิธีการนี้โอกาสถูก Hack แทบไม่มี แต่มีความยุ่งยากในการทำเหรียญดิจิทัลมาใช้งาน

สรุป

  • Private Key เปรียบเสมือเลขบัตรประชาชน หรือรหัส  ATM เราจะไม่ให้คนอื่นรู้เด็ดขาดเพราะหากคนอื่นรู้จะสามารถใช้เลขดังกล่าวในการทำธุรกรรมได้
  • Public Key  เปรียบเสมือนเลขบัญชีธนาคาร เป็นที่อยู่ที่ให้คนอื่นหรือเปิดเผยให้ผู้อื่นรับรู้ได้เพื่อโอนเงินเข้า
  • Wallet เป็นกระเป๋าที่มีไว้สำหรับเก็บรักษา Private Key เพื่อให้ปลอดภัย

หวังว่าบทความข้างต้นจะช่วยให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ อัพเดทข่าวสาร และไขข้อข้องใจของใครหลายๆคนที่เคยสงสัยแบบเราได้นะคะ ใครมีคำถาม คำแนะนำ หรืออยากชวนคุยแลกเปลี่ยน คอมเม้นท์ด้านล่างหรือ Inbox มาที่ ˙CRYPTONIST  ได้เลยค่ะ

๐ ช่องทางพูดคุยแลกเปลี่ยนข่าวสารชาว CRYPTONIST ๐

˙CRYPTONISTPAGE
˙CRYPTONISTCLUB
˙CRYPTONISTTELEGRAM
˙CRYPTONISTTWITTER
˙CRYPTONISTCHANNEL

#˙CRYPTONIST #Empowering Blockchain Community

My Newsletter

Sign Up For Updates & Newsletters