Blockchain เป็นแนวคิดการเก็บและส่งต่อข้อมูลที่หลายคนขนานนามกันว่าอินเตอร์เนตยุคใหม่ เพราะตัว blockchain เป็นนวัตกรรมที่กำลังคืบคลานและเข้ามาเปลี่ยนวิถีการดำเนินธุรกิจให้ยุคปัจจุบัน  เราลองหยิบตัวอย่างการใช้ Blockchain กับทั้งภาครัฐและภาคธุรกิจมาบางส่วน เชื่อว่าตัวอย่างเหล่านี้เป็นสัญญาณให้กับทุกคนที่อยู่ในธุรกิจดั้งเดิมว่า อย่าชะล่าใจและเชื่อกับความสำเร็จเดิมๆ เพราะแนวคิดเทคโนโลยีใหม่พร้อมจะ Disrupt ตลอดเวลาค่ะ

1) Smart Contract (สัญญาอัจฉริยะ) คือโค้ดโปรแกรมที่เขียนขึ้นเพื่อบังคับใช้สัญญาให้ถูกต้องโดยอัตโนมัติเมื่อเหตุการณ์เกิดขึ้นตามเงื่อนไขที่วางไว้ 

  • ยกตัวอย่างเช่น A เป็นเจ้าของที่ดินทำสัญญาซื้อขายที่ดินกับ B ผู้ซื้อที่ดิน ชื่อของที่ดินจะถูกเปลี่ยนเป็นของ B ต่อเมื่อมีการยื่นเช็คหรือจ่ายเงินค่าที่ดิน ซึ่งต้องใช้เวลาในการดำเนินการโอนที่สำนักงานที่ดินและเสียค่าธรรมเนียม แต่ถ้ามี Smart Contract  A สามารถสร้างสัญญาอัจฉริยะบน Blockchain โดยกำหนดให้ที่ดินเป็นทรัพย์สินของ B ทันทีเมื่อ B โอนเหรียญดิจิทัลให้ A ดังนั้นเมื่อ B โอนเงินให้ A ที่ดินจะถูกโอนไปยัง B ทันที แต่ถ้า B ผิดเงื่อนไขที่ดินก็ยังเป็นทรัพย์สินของ A ตามเดิม
  • มีกลุ่ม Ethereum ซึ่งเป็นโปรเจตก์ Open Source Blockchain กำลังพัฒนา Smart Contract อยู่ 

2) The sharing economy (สัมคมเศรษฐกิจแบบแบ่งปัน) ปัจจุบันมีสตาร์ทอัพที่ใช้โมเดลรูปแบบ Sharing Economy ยกตัวอย่างเช่น Airbnb เป็นต้น แต่ Technology Blockchain จะยกระดับ Sharing Economy ไปอีกขั้น เป็นเศรษฐกิจแบบแบ่งปันที่ไร้ตัวกลางอย่างแท้จริงเพราะ Blockchain ทำให้เกิด Peer-Peer Payment จ่ายเงินให้กันได้โดยตรงแบบไม่ต้องผ่านตัวกลาง  

  • ยกตัวอย่างเช่น Gladius  blockchain platform ที่สร้างเครือข่ายป้องกันการโจมตีด้านข้อมูล โดยใช้โมเดล Sharing Economy  โดยปกติลูกค้าจะจ้างบริษัทใดบริษัทหนึ่งดูไม่ให้เกิดการโจมตีออนไลน์ แต่ Gladius ใช้วิธีเชื่อมโยงลูกค้ากับ Protection Pool หรือกลุ่มคนที่เป็นนักดูแลความปลอดภัยอิสระเพื่อช่วยกันดูแลและจะได้ค่าตอบแทนโดยตรงจากบริษัทเป็นเหรียญดิจิทัล

3) Crowdfunding ด้วยเทคโนโลยี Blockchain ส่งผลให้เกิดการระดมทุนรูปแบบใหม่  ICO หรือ Coin Initial Offering โดยสตาร์ทอัพสามารถระดมทุนกับนักลงทุนโดยตรง ไม่ต้องผ่าน Platform กลางอย่าง Kickstarter and Indiegogo อีกต่อไป ซึ่งนักลงทุนที่สนใจสามารถทำ Due Diligence หรืออ่านข้อมูลจาก white paper ประกอบการตัดสินใจ

4) Supply chain auditing ลูกค้าสามารถตรวจสอบ Supply Chain หรือห่วงโซ่อุปทานทำให้ลูกค้ารู้ขั้นตอนการจัดหาวัตถุดิบตั้งแต่ต้นทางจนปลายทางรวมถึงสามารถตรวจสอบได้ว่าสินค้าเป็นของแท้หรือไม่ สร้างความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือ

  • Chronicled สร้าง Smart Tag (Cryptographic Microchips) หรือฉลากสินค้าดิจิตอลแล้วเอาไปขายให้กับผู้ผลิตสินค้าแบรนด์เนม ร้านขายสินค้าแบรนด์เนม หรือคนที่มีสินค้าแบรนด์เนมอยู่ในครอบครอง ฉลากสินค้านี้จะเก็บข้อมูลสินค้าอยู่บนเครือข่าย Blockchain ทำให้คนทั่วไปเช็คได้ว่าสินค้าแบรนด์เนมชิ้นดังกล่าวเป็นของแท้หรือไม่

5) File storage (จัดเก็บข้อมูล) & Data management การจัดเก็บข้อมูลบน Blockchain ทำให้เข้าถึงได้ทุกที่ทุกเวลา และมีความปลอดภัยในการสูญหายหรือโดนแฮค เนื่องจากการเก็บข้อมูลบน  Blockchain เป็นการจัดเก็บแบบกระจายศูนย์ทำให้การถูกแฮคเป็นไปได้ยาก นอกจากนั้นการจัดเก็บข้อมูลบน Blockchain ยังเชื่อมต่อไปยังอนาคตผู้ใช้จะสามารถจัดเก็บข้อมูลตัวเองและสามารถขายข้อมูลส่วนตัวผ่านระบบ Blockchain ได้

6) Protection of intellectual property การใช้ blockchain ในการป้องกันสิทธิทางปัญญา เนื่องจากปัจจุบันมีการละเมิดลิขสิทธิ์ทั้งเนื้อเพลง รูปถ่าย หรือทรัพย์สินดิจิทัลออนไลน์ ซึ่งทำให้ผู้ผลิตเนื้อหาออนไลน์ต่างๆที่โดนละเมิดลิขสิทธิ์เสียผลประโยชน์ดังนั้นด้วยกระบวนการเก็บข้อมูลทางออนไลน์จะช่วยป้องปันลิขสิทธิ์ และลดความเสี่ยงในการถูกก้อปปี้ นอกจากนั้นยังเป็นช่องทางในการขายผลงานลิขสิทธิ์โดยใช้ Smart Contract เป็นตัวช่วยในการจัดจำหน่าย

  • Mycelia ก่อตั้งโดย UK singer-songwriter Imogen Heap ใช้เทคโนโลยี Blockchain ในการสร้างช่องทางซื้อขายเพลงที่เชื่อมโยงคนทำเพลงและคนซื้อโดยไม่ต้องผ่านตัวกลาง และทำให้เจ้าของเพลงสามารถมีสิทธิเหนือเพลงของตัวเองแบบ 100%

7) AML and KYC  Anti-money laundering (AML) and know your customer (KYC) เป็นกระบวนการป้องกันการฟอกเงินและสร้างความโปร่งใส่ หากพูดถึง KYC หลายคนอาจสงสัยว่าคืออะไร แต่ถ้านึกถึงการสมัครสมาชิกบนเว็บไซต์ Pantip และมีกระบวนการที่เราต้องถ่ายรูปจริงคู่บัตรประชาชน หลายคนคงเข้าใจ เราเรียนกระบวนการนี้ว่า KYC คือการยืนยันตัวตนที่แท้จริงของลูกค้า ซึ่งโดยปกติเมื่อลูกค้าส่งรูปบัตรประชาชนหรือพาสปอร์ตที่ถ่ายคู่กับตัวเองแล้ว ทางเว็บไซต์ก็ต้องไป Matching กับฐานข้อมูลของรัฐเพื่อยืนยันได้ว่าคนนี้มีตัวตนอยู่จริงและบัตรประชาชนหรือพาสต์ปอร์ตเป็นของจริง ดังนั้นหากข้อมูลของของทุกคนอยู่จัดเก็บบนระบบ Blockchain จะส่งผลให้การยืนยันตัวตนสามารถทำได้ง่ายขึ้น

8) Land title registration การใช้ Blockchain ในการจัดเก็บข้อมูลของที่ดินเพื่อความสะดวกในการเข้าถึงข้อมูล สร้างความโปร่งใสในกระบวนการดำเนินการและเพิ่มความรวดเร็ว ยกตัวอย่างเช่น ที่ดินป่าสงวนหากมีการจัดเก็บบนระบบ Blockchian จะไม่สามารถปลอมแปลกหรือโอนได้ ทำให้คนไม่มีสิทธิครอบครองเหนือที่ดินเหล่านี้ได้

  • ประเทศสวีเดนมีการทดสอบให้มีการจดทะเบียนและจัดเก็บที่ดินบนระบบ Blockchain ซึ่งจาการคำนวณคาดว่าจะลดภาษีได้มากกว่า 100 ล้านยูโร เนื่องจากระบบดังกล่าวจะช่วยลดงานเอกสาร ลดการคอรัปชั่น และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน

หวังว่าบทความข้างต้นจะช่วยให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ อัพเดทข่าวสาร และไขข้อข้องใจของใครหลายๆคนที่เคยสงสัยแบบเราได้นะคะ ใครมีคำถาม คำแนะนำ หรืออยากชวนคุยแลกเปลี่ยน คอมเม้นท์ด้านล่างหรือ Inbox มาที่ ˙CRYPTONIST  ได้เลยค่ะ

๐ ช่องทางพูดคุยแลกเปลี่ยนข่าวสารชาว CRYPTONIST ๐

˙CRYPTONISTPAGE
˙CRYPTONISTCLUB
˙CRYPTONISTTELEGRAM
˙CRYPTONISTTWITTER
˙CRYPTONISTCHANNEL

#˙CRYPTONIST #Empowering Blockchain Community

4 Comments

  • Matomoto
    Posted March 31, 2018 5:00 pm 0Likes

    ติดตามข่าวสารเรื่อยๆ นะครับ ^^

    • JJ
      Posted April 12, 2018 2:10 pm 0Likes

      ขอบคุณนะคะ

  • Unique
    Posted April 9, 2018 8:16 am 0Likes

    บทความน่าสนใจ แต่พิมพ์ผิดอยู่บางจุด อาจทำให้ผู้อ่านส้บสน และหากมี link อ้างอิงแหล่งที่มา จะทำให้บทความมีความสมบูรณ์ น่าเชื่อถือ และน่าสนใจยิ่งขึ้นไปอีก จะคอยติดตามครับ

    • JJ
      Posted April 12, 2018 2:59 pm 0Likes

      ขอบคุณสำหรับคำแนะนำนะคะ จะรีบนำไปปรับปรุงนะคะ

Comments are closed.

My Newsletter

Sign Up For Updates & Newsletters